ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
การบำรุงรักษา

วิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทีละขั้นตอน

วิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทีละขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมอุปกรณ์ ยกรถให้ปลอดภัย เลือกเบอร์น้ำมัน ไปจนถึงค่าแรงบิดของน็อตถ่าย พร้อมข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินหนัก

ทีมช่าง CN Auto Serviceอ่าน 9 นาที

ทีมช่างของ CN Auto Service ดูแลรถยนต์ในย่านหนองจอกและมีนบุรีมา 20 ปี ปัจจุบันเปิดให้บริการ 4 สาขา

วิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เริ่มจากการตรวจระดับน้ำมันด้วยก้านวัดในห้องเครื่อง
ภาพโดย Gustavo Fring บน Pexels

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองทำได้ตามลำดับนี้ อุ่นเครื่องให้น้ำมันไหลง่ายขึ้น จอดพื้นราบแล้วยกรถด้วยขาตั้งรับน้ำหนัก ถ่ายน้ำมันเก่าออกทางน็อตใต้อ่าง เปลี่ยนไส้กรองพร้อมแหวนรองน็อตใหม่ ขันน็อตด้วยค่าแรงบิดที่คู่มือกำหนด เติมน้ำมันใหม่ตามสเปก แล้วสตาร์ทตรวจรอยรั่วกับวัดระดับอีกครั้ง

  • ต้องมีขาตั้งรับน้ำหนักรถ ไม่ใช่แม่แรงอย่างเดียว
  • ต้องมีประแจวัดแรงบิด เพราะขันน็อตแน่นเกินคือความเสียหายที่แพงที่สุดของงานนี้
  • เปลี่ยนไส้กรองและแหวนรองน็อตทุกครั้ง

ภาพรวมก่อนลงมือ

วิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไม่ได้ยากในเชิงเทคนิค ขั้นตอนหลักคือเอาน้ำมันเก่าออก เปลี่ยนไส้กรอง แล้วเติมน้ำมันใหม่ให้ได้ระดับ

แต่ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ความยาก มันอยู่ที่สองจุดที่บทความสอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึง คือการยกรถให้ปลอดภัย กับการขันน็อตถ่ายน้ำมันด้วยแรงที่ถูกต้อง จุดแรกเสี่ยงถึงชีวิต จุดที่สองเสี่ยงกับกระเป๋าเงิน

ช่างกำลังเทน้ำมันเครื่องใหม่ลงในเครื่องยนต์
ภาพโดย Daniel Andraski บน Pexels

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

ขาดชิ้นไหนไปสักชิ้น งานจะค้างอยู่ตรงกลางโดยที่น้ำมันเก่าถ่ายออกไปหมดแล้ว และรถก็ยังอยู่บนขาตั้ง เตรียมให้ครบก่อนเริ่มจะง่ายกว่ามาก

  • น้ำมันเครื่องตามสเปกและปริมาณที่คู่มือประจำรถระบุ
  • ไส้กรองน้ำมันเครื่องที่ตรงรุ่น
  • แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันอันใหม่
  • ประแจขนาดตรงกับน็อตถ่ายน้ำมัน
  • ประแจวัดแรงบิด สำหรับขันน็อตกลับ
  • ประแจถอดไส้กรอง
  • ถาดรองน้ำมันเก่าที่จุได้มากกว่าปริมาณน้ำมันในเครื่อง
  • แม่แรงและขาตั้งรับน้ำหนักรถ
  • กรวยเติมน้ำมัน ถุงมือ แว่นตานิรภัย และผ้าเช็ด

ความปลอดภัยตอนยกรถ

หัวข้อนี้มาก่อนขั้นตอนการถ่ายน้ำมัน เพราะเป็นส่วนเดียวของงานที่พลาดแล้วแก้ไม่ได้

แม่แรงออกแบบมาสำหรับยกรถขึ้น ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับค้ำรถไว้ ระบบไฮดรอลิกรั่วซึมได้ และซีลที่ยังดูปกติดีเมื่อเช้าก็ไม่ได้รับประกันอะไร ยกรถขึ้นแล้วต้องวางขาตั้งรับน้ำหนักรองไว้เสมอก่อนที่ตัวจะเข้าไปอยู่ใต้รถ

จอดบนพื้นแข็งและราบ ห้ามยกบนดิน หญ้า หรือพื้นลาดเอียง ใส่เบรกมือ เข้าเกียร์จอด และหนุนล้อที่ยังอยู่บนพื้นไว้ด้วย

ถ้ารถเตี้ยจนต้องยกก่อนจึงจะเข้าถึงน็อตถ่ายน้ำมันได้ และไม่มีขาตั้งรับน้ำหนัก คำแนะนำคือหยุดตรงนี้ ให้ที่ร้านทำแทน

เลือกน้ำมันเครื่องให้ตรงสเปก

ค่าที่ต้องดูมีสองอย่าง อย่างแรกคือความหนืดตามมาตรฐาน SAE ที่เขียนแบบ 5W-30 ตัวเลขหน้า W บอกความหนืดตอนเครื่องเย็น ตัวเลขหลังบอกความหนืดตอนเครื่องร้อน อย่างที่สองคือมาตรฐานคุณภาพ API ที่เขียนแบบ SP หรือ SN

ทั้งสองค่าอยู่ในคู่มือประจำรถ ถ้าใส่ความหนืดผิดจากที่ผู้ผลิตกำหนด แรงดันน้ำมันในระบบจะเปลี่ยนไปจากที่เครื่องยนต์ออกแบบไว้ น้ำมันที่ข้นเกินจะไหลไปถึงจุดหล่อลื่นช้าตอนสตาร์ทเครื่องเย็น ส่วนน้ำมันที่ใสเกินจะรักษาฟิล์มน้ำมันไม่อยู่ตอนเครื่องร้อนจัด

ส่วนสังเคราะห์กับกึ่งสังเคราะห์ ต่างกันที่ความคงตัวเมื่อเจอความร้อนสูงและระยะเปลี่ยนที่ยาวกว่า ถ้าคู่มือระบุให้ใช้สังเคราะห์ก็ใช้ตามนั้น แต่ถ้าไม่ได้บังคับไว้ กึ่งสังเคราะห์ที่เปลี่ยนตามระยะสม่ำเสมอก็ทำงานได้ตามหน้าที่ น้ำมันแพงที่เปลี่ยนช้ากว่ากำหนด ไม่ได้ดีกว่าน้ำมันธรรมดาที่เปลี่ยนตรงเวลา

ปริมาณที่ต้องเติมอยู่ในคู่มือเช่นกัน และมักต่างกันระหว่างการถ่ายน้ำมันอย่างเดียวกับการถ่ายพร้อมเปลี่ยนไส้กรอง เพราะไส้กรองอันใหม่จะกินน้ำมันไปส่วนหนึ่ง

ส่วนเรื่องรอบการเปลี่ยน ซึ่งเป็นคนละคำถามกับการเลือกเบอร์น้ำมัน อ่านได้ที่ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกกี่กิโลเมตร

ค่าแรงบิดของน็อตถ่ายน้ำมัน

นี่คือหัวข้อที่บทความสอนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่ข้ามไป และเป็นสาเหตุของค่าซ่อมที่แพงที่สุดของงานนี้

น็อตถ่ายน้ำมันขันเข้ากับอ่างน้ำมันเครื่อง ซึ่งในรถหลายรุ่นทำจากอะลูมิเนียม ส่วนตัวน็อตเป็นเหล็ก เมื่อเหล็กขันเข้าไปในอะลูมิเนียมด้วยแรงที่มากเกิน เกลียวในอ่างจะเสียก่อนเสมอ

ผลที่ตามมาคือน้ำมันซึมตลอดเวลา และการแก้ต้องทำเกลียวใหม่หรือเปลี่ยนอ่างน้ำมันทั้งใบ ซึ่งต้องถอดชิ้นส่วนรอบข้างออกด้วย ค่าซ่อมตรงนี้สูงกว่าค่าจ้างเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ร้านหลายเท่า

ค่าแรงบิดที่ถูกต้องอยู่ในคู่มือประจำรถ และต่างกันไปตามรุ่น วิธีเดียวที่ทำให้มั่นใจได้คือใช้ประแจวัดแรงบิด ไม่ใช่การเดาจากความรู้สึกที่ข้อมือ

ความรู้สึกว่า "แน่นพอแล้ว" ของแต่ละคนไม่เท่ากัน และคนที่มั่นใจว่าตัวเองรู้ว่าแค่ไหนคือพอดี มักเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ทำเกลียวอ่างเสีย

ถ้าไม่มีประแจวัดแรงบิดและไม่อยากเสี่ยงกับเกลียวอ่าง งานนี้ส่งให้ร้านทำได้ที่ บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หนองจอก

ขั้นตอนการเปลี่ยนถ่าย

อย่าข้ามขั้นตอนการตรวจหลังสตาร์ท เพราะเป็นจุดที่จะเห็นรอยรั่วก่อนที่รถจะออกถนน

  1. อุ่นเครื่องสักครู่แล้วดับ

    น้ำมันที่อุ่นจะไหลออกได้หมดกว่าน้ำมันเย็น แต่อย่าให้ร้อนจัดจนลวกมือ ดับเครื่องแล้วรอให้อุณหภูมิลดลงก่อนลงมือ

  2. ยกรถและรองด้วยขาตั้ง

    ยกด้วยแม่แรงแล้ววางขาตั้งรับน้ำหนักทุกครั้ง ห้ามมุดใต้รถที่ค้ำด้วยแม่แรงอย่างเดียว จอดบนพื้นราบ ใส่เบรกมือ และหนุนล้อที่ยังอยู่บนพื้นไว้ด้วย

  3. ถ่ายน้ำมันเก่า

    วางถาดรองใต้น็อตถ่ายน้ำมัน คลายน็อตแล้วดึงออก ปล่อยให้ไหลจนหยด เปิดฝาเติมน้ำมันด้านบนไว้ด้วยจะช่วยให้ไหลเร็วขึ้น

  4. เปลี่ยนไส้กรอง

    ถอดไส้กรองเก่าออก เช็ดหน้าสัมผัสให้สะอาด ทาน้ำมันเครื่องบาง ๆ ที่ยางโอริงของไส้กรองใหม่ แล้วขันเข้าด้วยมือตามที่ระบุบนตัวกรอง

  5. ใส่น็อตถ่ายน้ำมันพร้อมแหวนใหม่

    เปลี่ยนแหวนรองทุกครั้ง แล้วขันด้วยประแจวัดแรงบิดตามค่าที่คู่มือกำหนด นี่คือขั้นตอนที่พลาดแล้วเสียหายมากที่สุด

  6. เติมน้ำมันใหม่

    เติมทีละน้อยผ่านกรวย ให้น้อยกว่าปริมาณเต็มไว้ก่อน แล้วค่อยตรวจก้านวัดเพื่อเติมเพิ่มทีหลัง

  7. สตาร์ทและตรวจรอยรั่ว

    ลดรถลงพื้น สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้สักครู่ ดูว่าไฟแรงดันน้ำมันดับ แล้วมองใต้รถหาคราบน้ำมันที่น็อตถ่ายและไส้กรอง

  8. ดับเครื่อง รอ แล้ววัดระดับอีกครั้ง

    รอให้น้ำมันไหลลงอ่าง วัดก้านวัดให้อยู่ระหว่างขีดต่ำสุดกับสูงสุด เติมเพิ่มทีละน้อยถ้ายังไม่ถึง แล้วรีเซ็ตไฟเตือนระยะบำรุงรักษาถ้ารถมีระบบนี้

ขั้นตอนสุดท้ายของวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ช่างสวมถุงมือตรวจระดับน้ำมันด้วยก้านวัด
ภาพโดย Fatih Erden บน Pexels

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

ความเสียหายจากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเองมักไม่ได้มาจากขั้นตอนที่ยาก แต่มาจากรายละเอียดที่มองข้าม

  • ขันน็อตถ่ายน้ำมันแน่นเกินจนเกลียวอ่างน้ำมันเสีย ต้องซ่อมเกลียวหรือเปลี่ยนอ่าง
  • ไม่เปลี่ยนแหวนรองน็อต ทำให้ซึมทีหลัง
  • ลืมทาน้ำมันที่โอริงของไส้กรอง ยางจะบิดตอนขันและรั่วได้
  • เติมน้ำมันเกินขีดสูงสุด ทำให้เพลาข้อเหวี่ยงตีน้ำมันจนเกิดฟอง
  • ใส่ไส้กรองผิดรุ่น แม้เกลียวจะเข้าได้ก็ตาม
  • มุดใต้รถที่ค้ำด้วยแม่แรงโดยไม่มีขาตั้งรับน้ำหนัก

ถ้าต้องมุดใต้รถอยู่แล้ว ถือโอกาสดูสภาพผ้าเบรกไปพร้อมกัน เพราะเป็นจุดที่มองเห็นได้ในจังหวะเดียวกัน อ่านเรื่อง บริการเปลี่ยนผ้าเบรก หนองจอก

ช่างกำลังทำงานบำรุงรักษาเครื่องยนต์รถยนต์
ภาพโดย Sergey Meshkov บน Pexels

น้ำมันเครื่องเก่าทิ้งอย่างไร

น้ำมันเครื่องใช้แล้วเป็นของเสียอันตราย เทลงท่อระบายน้ำ ลงดิน หรือทิ้งรวมกับขยะทั่วไปไม่ได้ เพราะปนเปื้อนแหล่งน้ำได้ในปริมาณที่มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

เก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิท เช่น แกลลอนน้ำมันใบเดิม แล้วนำไปส่งที่จุดรับของเสียอันตรายของเทศบาลหรือร้านซ่อมรถที่รับน้ำมันเก่า ไส้กรองเก่าปล่อยให้สะเด็ดน้ำมันก่อนแล้วทิ้งไปพร้อมกัน

เมื่อไรที่ไม่ควรทำเอง

ถ้าไม่มีขาตั้งรับน้ำหนักรถ อย่าเริ่ม หาที่ร้านทำแทนดีกว่า ความเสี่ยงตรงนี้ไม่คุ้มกับส่วนต่างค่าแรง

ถ้าไม่มีประแจวัดแรงบิด ก็ไม่ควรเดาแรงขัน ด้วยเหตุผลเดียวกับที่อธิบายไว้ข้างบน

ถ้ารถยังอยู่ในประกันของศูนย์ ให้เช็กเงื่อนไขก่อน เพราะบางกรณีต้องมีหลักฐานการเข้ารับบริการตามระยะ ประหยัดค่าแรงครั้งเดียวแล้วเสียสิทธิ์ประกันทั้งก้อนไม่คุ้มกัน

ถ้าไส้กรองเป็นแบบตลับที่อยู่ในตำแหน่งเข้าถึงยาก หรือต้องถอดฝาครอบใต้ท้องรถออกก่อน งานที่ควรจะจบเร็วอาจกินเวลาทั้งบ่าย

และถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าจะหาค่าแรงบิดจากคู่มือตรงไหน นั่นก็เป็นคำตอบในตัวมันเองแล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าอาย งานนี้ที่ร้านจบเร็วกว่า และไม่ต้องหาที่เก็บน้ำมันเก่าเอง

คำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเองได้ไหม

ทำได้ถ้ามีแม่แรงพร้อมขาตั้งรับน้ำหนัก ประแจวัดแรงบิด และที่จอดบนพื้นราบ ถ้าขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยเหล่านี้ ควรให้ร้านทำแทน เพราะความเสี่ยงจากรถทับสูงกว่าส่วนต่างค่าแรงมาก

ต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องทุกครั้งไหม

โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนพร้อมกัน เพราะไส้กรองเก่ายังเก็บตะกอนจากน้ำมันชุดเดิมไว้ และจะลดประสิทธิภาพการกรองของน้ำมันชุดใหม่ตั้งแต่วันแรก

ถ้าเติมน้ำมันเครื่องเกินขีดสูงสุดจะเป็นอะไรไหม

น้ำมันที่มากเกินไปจะถูกเพลาข้อเหวี่ยงตีจนเกิดฟองอากาศ ทำให้ปั๊มส่งน้ำมันได้ไม่สม่ำเสมอและแรงดันตก ถ้าเติมเกินควรถ่ายส่วนเกินออกให้อยู่ในช่วงที่ก้านวัดกำหนด

น้ำมันเครื่องเก่าเอาไปทิ้งที่ไหน

เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วนำไปส่งที่จุดรับของเสียอันตรายของเทศบาล หรือร้านซ่อมรถที่รับน้ำมันใช้แล้ว ห้ามเทลงท่อระบายน้ำหรือลงดิน

ใช้น้ำมันเครื่องคนละยี่ห้อกับครั้งก่อนได้ไหม

ได้ ตราบใดที่ค่าความหนืด SAE และมาตรฐาน API ตรงกับที่ผู้ผลิตรถกำหนด ยี่ห้อไม่ใช่ประเด็นเท่ากับสเปกที่ระบุในคู่มือ

น้ำมันเครื่องที่เหลือจากการเติม เก็บไว้ใช้ครั้งหน้าได้ไหม

ได้ถ้าปิดฝาสนิทและเก็บในที่ร่มที่อุณหภูมิไม่แกว่ง แต่น้ำมันที่เปิดฝาแล้วจะเริ่มสัมผัสอากาศและความชื้น ควรใช้ให้หมดภายในรอบถัดไป และห้ามถ่ายใส่ภาชนะที่เคยใส่อย่างอื่นมาก่อน

น้ำมันสังเคราะห์ดีกว่าสำหรับรถทุกประเภทจริงไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป น้ำมันสังเคราะห์ได้เปรียบเรื่องความคงตัวที่อุณหภูมิสูงและระยะเปลี่ยนที่ยาวกว่า แต่ถ้าคู่มือไม่ได้กำหนดให้ใช้ กึ่งสังเคราะห์ที่เปลี่ยนตามระยะก็ทำหน้าที่ได้ครบ สิ่งที่มีผลกับเครื่องยนต์มากกว่าคือความสม่ำเสมอของการเปลี่ยน ไม่ใช่ราคาต่อลิตร

ถ้าไฟเตือนน้ำมันเครื่องไม่ดับหลังเปลี่ยนเสร็จ ต้องทำยังไง

ต้องแยกก่อนว่าเป็นไฟแบบไหน ถ้าเป็นไฟเตือนระยะบำรุงรักษา ให้รีเซ็ตตามวิธีในคู่มือ แต่ถ้าเป็นไฟเตือนแรงดันน้ำมันรูปกาน้ำมัน ให้ดับเครื่องทันทีและอย่าขับต่อ เพราะอาจหมายถึงระดับน้ำมันไม่พอ ไส้กรองอุดตัน หรือติดตั้งไม่แน่น การขับขณะแรงดันน้ำมันตกทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ในเวลาไม่นาน

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา

เข้ามาที่ร้าน
หรือโทรสอบถามก่อนได้

หน้าร้าน CN Auto Service ในช่วงกลางวัน

แนะนำสาขาใหม่ พื้นที่ 1.5 ไร่ไม่ต้องรอคิว

มี 4 สาขา ครอบคลุมหนองจอกและโซนมีนบุรี เปิดทุกวัน 09.00 – 19.00 น. กดปุ่ม Google Map เพื่อดูเส้นทาง หรือโทรมาสอบถามอาการรถก่อนเข้ามาก็ได้

สาขาคู้ซ้าย - ประชาร่วมใจ

ซอยประชาร่วมใจ 53 แขวงทรายกองดินใต้
เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510
  • สาขาใหม่ พื้นที่ 1.5 ไร่
  • รองรับรถได้ 10 คันพร้อมกัน ไม่ต้องรอคิว
  • มี 7-11 ของตัวเอง

สาขาถนนเชื่อมสัมพันธ์

117/20 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ แขวงกระทุ่มราย
เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530

สาขาถนนอยู่วิทยา

141/5 ถนนอยู่วิทยา แขวงกระทุ่มราย
เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530

สาขานันทวันเซ็นต์

59/59 ถนนสังฆสันติสุข แขวงกระทุ่มราย
เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530

เวลาทำการ

เปิดทุกวัน · 09.00 – 19.00 น.

Google Map